Translate

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ยาเม็ดคุมกำเนิด รับประทานอย่างไร


ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่คุณผู้หญิงนิยมใช้กัน เนื่องจากสะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง การใช้ยาอาจจะยุ่งยากสำหรับน้องสาวมือใหม่ มาลองฟังข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับยาเม็ดคุมกำเนิด เพื่อการใช้ที่ถูกต้อง



ก่อนเริ่มใช้ควรทำอย่างไร

· แนะนำให้ไปหาแพทย์เสียก่อนเพื่อตรวจสุขภาพว่า ตัวคุณเองไม่เป็นโรคที่ห้ามใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด หรือมีปัจจัยเสี่ยงกับสุขภาพหากใช้ยาคุม เช่นระดับไขมันในเลือดสูงอยู่แล้ว

· ต้องมั่นใจว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ เพราะยาเม็ดฮอร์โมนเมื่อทานเข้าไป มีผลอันตรายต่อทารกได้

วิธีเริ่มต้นทานยาแผงและแผงต่อไป

สำหรับแผงแรก

· สำหรับยาเม็ดแบบ 21 เม็ด เมื่อได้ยาแผงแรกมา พอประจำเดือนมาวันแรกให้นับเป็นวันที่ 1 เม็ดแรกของแผงให้เริ่มกินภายใน 5 วันของรอบเดือน

· สำหรับยาเม็ด 28 เม็ด จะเริ่มทานเม็ดแรกในวันแรกที่มีประจำเดือนเลย

· หากในแผงยามีคำว่า เริ่มต้น หรือ START ให้เริ่มกินเม็ดนั้นก่อน หรือเม็ดที่อยู่ในบริเวณเริ่มต้น และกินไปตามลูกศรที่ชี้ไว้

· หากเป็นยาเม็ดชนิดที่เริ่มทานเม็ดไหนก็ได้ เพื่อให้จำง่ายควรเลือกเม็ดยาตรงกับวันที่กิน เช่น เริ่มกินวันจันทร์ก็เลือกเม็ดยาที่ตรงกับวันจันทร์ หรือมีอักษร "จ" หรือ "MON" กำกับ

สำหรับแผงต่อไป

· ยาชนิด 21 เม็ด เมื่อหมดแผงแรกแล้ว ให้หยุดยา (ปกติหมดเม็ดที่ 21 แล้ว อีก 2-3 วันรอบเดือนก็จะมา) รอจนประจำเดือนมาแล้วจึงเริ่มแผงใหม่ในวันที่ 5 ได้เลย โดยนับวันที่เริ่มมีประจำเดือนมาเป็นวันที่ 1 เช่นเดิม หรือเว้นไม่กิน 7 วัน เมื่อครบ 7 วันที่ไม่กินแล้ว วันที่ 8 ให้เริ่มแผงใหม่ทันที ไม่ว่ารอบเดือนจะมาหรือไม่มา

· ชนิด 28 เม็ด เมื่อหมดแผงแรกไม่ต้องหยุดทาน เริ่มต้นแผงใหม่ในวันรุ่งขึ้นได้เลย ไม่ต้องรอรอบเดือน ไม่ว่ารอบเดือนจะมาหรือไม่มา รอบเดือนจะหยุดหรือไม่หยุดก็ตาม

ต้องทานติดต่อกันทุกวัน

ต้องทานทุกวัน วันละ 1 เม็ด ควรเป็นเวลาเดียวกัน เพื่อให้ได้รับปริมาณความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดสูงเพียงพอและสม่ำเสมอในการออกฤทธิ์

เมื่อลืมทานยา

· นึกได้เวลาใด ให้ไปหยิบเม็ดที่ลืมมาทานทันที (เท่ากับทานเม็ดนั้นช้าไปหน่อย) ห้ามผลัดวันอีกต่อไป แล้วทานเม็ดถัดมาตามเวลาที่เคยทานอยู่ประจำ แต่ถ้านึกได้ในเวลาที่ต้องทานอีกเม็ด ก็ทานสองเม็ดควบเลย

· ถ้าลืมทาน 2 เม็ด ให้ทาน 2 เม็ดทันทีที่ลืม แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นทานอีก 1 เม็ด เย็นนั้นทาน 1 เม็ด เช้าวันรุ่งขึ้นทานอีกเม็ด (เพิ่มตอนเช้า สองเช้า เช้าละเม็ด) กรณีเช่นนี้อาจทำให้รอบเดือนมากระปริบกระปรอยได้ และถ้าลืมในช่วง 1 – 7 เม็ดแรก โอกาสพลาดอาจเกิดขึ้นได้เนื่องจากปริมาณยาสูงๆต่ำๆไม่เพียงพอในการออกฤทธิ์ จึงต้องใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นช่วยด้วย เช่นใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย แต่ถ้าลืมในช่วงท้ายๆหรือจะหมดแผงก็ไม่ค่อยมีผลมากเท่าไหร่

· ถ้าลืมทาน 3 เม็ด ก็หยุดยาเลยครับ รอให้รอบเดือนมาใหม่ กลับไปใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่นๆ แล้วเริ่มต้นแผงใหม่ภายใน 5 วัน นับจากวันแรกที่มีประจำเดือน

· ถ้าทานยาแล้วอาเจียน ถ้าอาเจียนหลัง 2 ชั่วโมงไปแล้วก็ไม่มีผลอะไร แต่ถ้าอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมง ก็ต้องทานซ้ำอีกเม็ดทันที ถ้าเป็นยาคุมแบบที่มีฮอร์โมนเท่ากันทุกเม็ด จะทานเม็ดไหนก็ได้ แต่ถ้าเป็นแบบ triphasic คือ แต่ละเม็ดมีฮอร์โมนไม่เท่ากัน ก็ต้องซื้ออีกแผงมาเสริมเม็ดที่อาเจียนออกไป ทานตรงเม็ดที่อาเจียนออกไป

· หากมีอาการท้องเดินหลายวัน การดูดซึมของยาจะไม่ดี ควรใช้การป้องกันวิธีอื่นช่วยด้วย (กรณีเช่นนี้อาจมีเลือดออกกระปริบกระปรอยได้)

ทานไปแล้ว มีผลข้างเคียง

ที่พบบ่อยได้แก่ คลื่นไส้ มีเลือดออกระหว่างรอบเดือน ปวดศีรษะ วิงเวียน ซึมเศร้า มีสิวฝ้า คัดเต้านมและเจ็บ น้ำหนักเพิ่ม มีประจำเดือนน้อยลง อาการข้างเคียงเหล่านี้ จะเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะ 2-3 เดือนแรกของการใช้ยา เนื่องจากระบบฮอร์โมนของคุณกำลังปรับตัวอยู่ ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด ไม่จำเป็นต้องหยุดยา แต่หากมีอาการรุนแรงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทันที

ระหว่างนี้กำลังทานยาอื่นประจำอยู่

· ยาเม็ดคุมกำเนิดอาจเกิดปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาทำให้ยาที่ทานอยู่ประจำ หรือทานควบคู่กันอยู่มีประสิทธ์ภาพเปลี่ยนไป

· ยาปฏิชีวนะ ยาป้องกันการชักบางชนิด ยาลดน้ำตาลในเลือด (ยาเบาหวาน) อาจลดประสิทธิภาพลง หากต้องใช้ยาเหล่านี้ร่วมกันควรปรึกษาเภสัชกรใจดีที่ร้านยาหรือที่โรงพยาบาลได้เลย

เลือกยาเม็ดคุมกำเนิดแบบไหนดีนะ

จะเลือกยาคุมแบบไหนดี
แนวทางของเภสัชกรชุมชน มีคำแนะนำดังต่อไปนี้ เมื่อคุณๆเดินเข้าไปขอคำปรึกษาในการเลือกยาคุม

1. คุณเป็นผู้หญิงแบบไหน

ในทางการแพทย์แบ่งรูปแบบของคุณผู้หญิงออกเป็นแต่ละแบบ โดยดูจากรูปทรงองค์เอวภายนอกของสาวๆแต่ละรายที่จะสัมพันธ์กับระดับของฮอร์โมนเพศหญิง ในแต่ละท่านจะไม่เหมือนกัน ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นสามแบบดังนี้

1.1 ผู้หญิงแบบ estrogenic

แบบนี้บางทีเรียกว่าแบบ “ผู้หยิ้ง ผู้หญิง” ถ้าพิศดูจากรูปทรงแล้วคุณๆก็เป็นแบบประเภทเนื้อ นม ไข่ คือมักมีรูปร่างอวบ ผิวเนียนไม่ค่อยมีขน ถ้าสอบถามประวัติการมีประจำเดือนที่ผ่านมา ก็มักจะมีเลือดประจำเดือนออกมาในปริมาณมาก แต่ละครั้งมาทีหนึ่งก็จะออกนานกว่า 6 วัน และระยะเวลาของระยะรอบเดือนจะสั้นหรือประจำเดือนมาเร็ว คือจะน้อยกว่า 26 วันต่อครั้ง

เภสัชกรมักจะแนะนำให้ใช้ยาคุมที่มีสูตร progestogen ในปริมาณที่มากหน่อย เพื่อลดผลข้างเคียงต่างๆ

1.2 ผู้หญิงแบบปกติ

ก็มีรูปร่างเหมือนสาวๆทั่วไป รอบเดือนประมาณ 28วัน ปริมาณเลือดก็ปกติมาภายใน 4 ถึง 6 วัน

1.3 ผู้หญิงแบบ progestonic

แบบนี้เรียกว่าแบบ “ทอมบอย” รูปร่างจะออกไปทางผู้ชาย คือมักจะมีเต้านมเล็ก มีขนขึ้นตามตัว บางคนมีขนอ่อนๆขึ้นบริเวณริมฝีปากแบบเดียวกับหนวดของคุณผู้ชาย พอเป็นวัยรุ่นสาวมักจะเป็นสิวได้ง่าย พอสอบถามเรื่องรอบเดือนก็จะมีเลือดประจำเดือนมาน้อย มาครั้งหนึ่งก็น้อยกว่า 4 วัน และระยะรอบเดือนจะยาวมากกว่า 28 วัน บางคนกว่า 30 วันจึงจะมาก็มี

แบบที่สองและสาม เภสัชกรมักจะเลือกยาคุมที่มีส่วนผสมของ estrogen มากหน่อยให้

2. ช่วงอายุของคุณ

เภสัชกรมักให้ยาคุมสำหรับสตรีที่มากกว่า 16 ปี ถ้าต่ำกว่านี้ไม่แนะนำให้กินยาคุม เพราะผลจากฮอร์โมนในเม็ดยาไปรบกวนฮอร์โมนควบคุมการเติบโตตามธรรมชาติ อาจส่งผลทำให้คุณผู้หญิงตัวเตี้ยลงได้

ถ้าคุณมีอายุมากกว่า 40 ปีโดยเฉพาะหากคุณมีประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจหรือมีระดับไขมันในเลือดสูงหรือญาติสตรีฝ่ายแม่ทีเคยเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมาก่อน ก็ไม่แนะนำให้ใช้ยาคุมกำเนิด เนื่องจากในเม็ดยามีฮอร์โมนที่อาจไปรบกวนระบบไขมัน เภสัชกรจะแนะนำให้ใช้วิธีฉีดยาคุมกำเนิดหรือใส่ห่วงอนามัยจะปลอดภัยกว่า แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ ก็เลือกยาคุมสูตรที่ไม่มีเอสโตรเจนหรือมีเอสโตรเจนน้อย จะได้ไม่มีผลต่อโรคหัวใจและระบบหลอดเลือด

3. สตรีที่มีบุตรแล้ว

เภสัชกรจะสอบถามคุณว่า ระหว่างช่วงตั้งครรภ์ คุณมีอาการแพ้ท้องอย่างมากหรือเปล่า เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือบวม เพราะมันเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าร่างกายของคุณมีการตอบสนองต่อเอสโตรเจนอย่างมาก เรามักจะเลือกยาคุมสูตรที่มีเอสโตรเจนน้อยๆ

หากระหว่างตั้งท้องแล้ว คุณมีการเพิ่มน้ำหนักจนอ้วนมากและมีสิวเกิดขึ้นมาก แสดงว่าตัวคุณมีการตอบสนองต่อโปรเจสโตเจนและแอนโดรเจนอย่างมาก เราจะแนะนำให้เลือกยาคุมที่มีสูตรผสมที่มีโปรเจสโตเจนน้อย

กรณีคุณแม่ที่มีลูกอ่อนกำลังให้นมลูกด้วยตนเอง จะเลือกยาคุมสูตรที่ไม่มีเอสโตรเจน หรือถ้ามีเอสโตรเจนก็ควรไม่เกิน 20 ไมโครกรัม แต่เมื่อหยุดให้นมลูกแล้วก็เปลี่ยนกลับมากินแบบปกติได้ เพราะเอสโตรเจนขนาดสูงอาจมีผลให้ปริมาณน้ำนมลดลงได้ และตัวฮอร์โมนเอสโตรเจนเองสามารถออกทางน้ำนม พอลูกคุณดูดเข้าไปจะทำให้เด็กตาเหลืองได้ และคุณแม่สามารถเริ่มรับประทานยาคุมได้ได้ตั้งแต่ 6 สัปดาห์หลังคลอดแล้ว

ขอบคุณข้อมูล : ภ.ญ.พูลสุข จันทร์วัฒนเดชากุล สิ่งสำคัญที่ควรรู้เมื่อคุณใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด / นิตยสารบันทึกคุณแม่ / เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล