Translate

วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ยาเลื่อนประจำเดือน ช่วยได้อย่างไร


ประจำเดือน นับเป็นกลไกธรรมชาติที่เกิดขึ้น แต่หลายๆ ครั้งก็ทำความลำบากให้กับผู้หญิง โดยเฉพาะในการเดินทาง ท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมต่างๆ จึงมีการใช้ Norethisterone ซึ่งเป็น ฮอร์โมน progesterone และมีการนำฮอร์โมนชนิดนี้มาใช้กำหนดวันมีประจำเดือน เพื่อช่วยในการเลื่อนประจำเดือนออกไป จากวันที่ประจำเดือนควรจะมา



ทำไมยาดังกล่าวถึงมีประสิทธิภาพทำให้ประจำเดือนเลื่อนออกไปได้?

ในช่วงก่อนการมีประจำเดือนระดับฮอร์โมนโปรเจสโตโรนในร่างกายจะลดลง ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีการหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน ดังนั้นยาเลื่อนประจำเดือน จึงมีประสิทธิภาพทำให้ระดับฮอร์โมนโปรเจสโตโรนในร่างกายผู้หญิงไม่ลดลง การมีรอบเดือนจึงถูกเลื่อนออกไป

นอกจากนี้ยาเลื่อนประจำเดือนโดยทั่วไป อาจใช้เป็นยาคุมกำเนิดแบบธรรมดาได้ แต่ไม่นิยมใช้ป้องกันการมีบุตร เนื่องจากมีผลข้างเคียงต่อร่างกายมากกว่า เนื่องจากการใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้เลือดออกกะปริบกะปรอย รอบเดือนแปรปรวน จึงไม่แนะนำให้คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้

บางคนเมื่อกินยาเข้าไปแล้ว อาจมีอาการคลื่นไส้ คัดตึงเต้านม อาเจียน ปวดศีรษะ เป็นบางเวลาก็เป็นได้ ส่วนผลข้างเคียงอย่างอื่นไม่มีอะไรน่ากลัว ถือว่ามีความปลอดภัย แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อเกินความจำเป็น ควรจะใช้ลักษณะชั่วครั้งชั่วคราว ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

วิธีกินยาเลื่อนประจำเดือน

สิ่งที่คุณผู้หญิงควรจะต้องรู้ไว้ก่อนคือ เก็บข้อมูลรอบระยะเวลาประจำเดือนที่เคยมีครั้งล่าสุด ให้แม่นยำและถูกต้องมากที่สุด อย่าเดาหรือใช้ความรู้สึก เภสัชกรที่ร้านเค้าจะช่วยคุณให้คำแนะนำในการใช้ยาได้ผล ยาที่เลือกใช้ในการเลื่อนประจำเดือนมีอะไรบ้าง

ยาเลื่อนประจำเดือนชนิด ฮอร์โมน norethisterone กินอย่างไร?

โดยทั่วๆไป ยาสุดฮิตที่คุณสาวๆ มักนึกได้และเลือกใช้ในการเลื่อนประจำเดือน ก้อคือ ยา Primolut-N ซี่งองค์ประกอบในเม็ดยาก้อเป็นฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสเตอโรน

วิธีกิน

ให้เริ่มกินประมาณ 2-3 วัน (เป็นอย่างน้อย) ก่อนวันที่คาดว่าประจำเดือนจะมา โดยให้กินครั้งละ 1 เม็ด

* หากน้ำหนักตัวต่ำกว่า < 60 กิโลกรัม จะรับประทาน 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง

* หากน้ำหนักตัวมากกว่า > 60 กิโลกรัม จะรับประทาน 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง

และกินไปอย่างนี้ ทุกวันๆ จนวันสุดท้ายของการท่องเที่ยว พอหยุดยา 2-5 วัน ประจำเดือนก็จะมาเหมือนปกติ ซึ่งแล้วแต่สภาพร่างกายคุณผู้หญิง

ยาในกลุ่มนี้มีอีกหลายยี่ห้อ เช่น Provera หรือ Duphaston คุณสมบัติและวิธีการกิน ก็เหมือน Primolut-N ข้อดีของยาตัวนี้ คือใส่ปริมาณฮอรืโมนมาน้อยๆ ทำให้ต้องกินบ่อย ๆ แต่ช่วยให้ผลข้างเคียงที่อาจตามมาน้อยลงไปด้วย ผลรุนแรงไม่ค่อยมี แต่คุณผู้หญิงบางท่าน อาจจะ "รู้สึก" ท้องอืด ตัวบวมๆได้ อาการที่ว่าจะหายไปเมื่อมีประจำเดือนมา

ไม่ควรรับประทานนานเกิน 10-14 วัน เนื่องจากจะทำให้รอบเดือนมาผิดปกติ เลือดออกกระปิดกระปรอย เจ็บคัดเต้านม ซึมเศร้า ปวดศีรษะได้ เป็นต้น

เมื่อหยุดยา 2-5 วัน ประจำเดือนจะมาตามปกติ ในกรณีที่ต้องการเลื่อนประจำเดือนมากกว่า 14 วัน หรือนานกว่านั้นควรหันไปใช้วิธีอื่นๆ

ถ้าใช้ยาคุมกำเนิดทั่วๆไป กินอย่างไร?

ไปร้านยาที่มีเภสัชกร ขอคำปรึกษา คุณจะได้รับเลือกให้ใช้ยาที่มีฮอร์โมน 2 ชนิด (combined pills) แบบ 21 เม็ดจะเหมาะสมกว่า โดยฮอร์โมนสูตรผสม ซึ่งมีทั้ง Estrogen และ progesterone จะสามารถเลื่อนประจำเดือนโดยมีหลักการคือ ฮอร์โมนทั้ง 2 จะไปรักษาระดับฮอร์โมนในร่างกายให้คล้ายกับ ระดับฮอร์โมนในร่างกายก่อนมีประจำเดือน จนกระทั่งเมื่อหยุดทานยา ระดับฮอร์โมนจะลดต่ำลงทำให้เข้าสู่ภาวะรอบเดือน

โดยวิธีการใช้ยาคุมสูตรผสมในการเลื่อนประจำเดือน คือ

ให้ทานก่อนประจำเดือนมา 7 วัน โดยทานวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด ก่อนนอน หรือถ้าใกล้ถึงวันที่ประจำเดือนมา ให้ทานวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด โดยทานในช่วงเช้า และเย็น หลังอาหาร

สำหรับในผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมอยู่แล้วต้องการเลื่อนประจำเดือน จะแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี

- กรณีที่ 1 ทานยาคุมกำเนิดแบบแผงละ 21 เม็ด เมื่อทานยาคุมจนหมดแผง สามารถทานแผงต่อไปได้เลยไม่ต้องหยุดยาจะทำให้ สามารถเลื่อนประจำเดือนได้

- กรณีที่ 2 ทานยาคุมกำเนิดแบบแผงละ 28 เม็ด เมื่อทานยาคุมไป 21 เม็ดแล้ว จะเหลือยาอยู่ 7 เม็ด ให้เริ่มทานยาคุมกำเนิดแผงใหม่ ได้เลยโดยไม่ต้องรับประทาน 7 เม็ดที่เหลือในแผงเดิม เนื่องจากยา 7 เม็ดที่เหลือไม่มีส่วนประกอบของฮอร์โมน และใน ผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิดอยู่แล้ว และใช้ยังทานยาคุมกำเนิดเพื่อเลื่อนประจำเดือนสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ และเมื่อหยุดทานยาปะจำเดือนจะมาตามปกติ ในอีกประมาณ 2-3 วัน

การใช้ยาเลื่อนประจำเดือนในกรณีต่างๆ

- การใช้ยาเลื่อนประจำเดือน ในหญิงตั้งครรภ์ มีผลทารกในครรภ์มีโคโมโซมที่ผิดปกติเป็นผลให้ทารกในครรภ์พิการได้ หรือ จะทำให้เกิดการแท้งได้

- การใช้ยาเลื่อนประจำเดือนในหญิงให้นมบุตร เมื่อใช้นานเกิดไป จะทำให้เกิดอาการเจ็บคัดเต้านม,เต้านมโต

- การใช้ยาเลื่อนประจำเดือนเพื่อป้องกันการต้องครรภ์ โดย norethisterone จะออกฤทธิ์ ทำให้เมือกบริเวณช่องคลอดเหนียวข้น ทำให้เมื่อมีเพศสัมพันธ์ อสุจิเคลื่อนที่ไปผสมกับไข่ได้ยาก และทำให้ผนังมดลูกไม่เหมาะสมแก่การฝังตัวของไข่ที่ถูกผสมแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม การทานยาเลื่อนประจำเดือน เป็นการทานในช่วงระยะเวลาสั้นๆ จึงมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดไม่ดีเท่าการใช้ยาคุมกำเนิดโดยตรง

ดังนั้น หากต้องการเลื่อนประจำเดือนและหวังผลในการป้องกันการตั้งครรภ์ด้วย ควรจะใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนรวมแทน นอกจากนี้บางครั้งมี ผู้นำยาเลื่อนประจำเดือนมาใช้ในการเลื่อนประจำเดือนออกไป ซึ่งจะให้ผลไม่แน่นอนและยังอาจมีผลเสีย เนื่องจากทำให้รอบประเดือนผิดปกติ และเกิดเลือดออกกระปริบกระปรอย และยังเกิดอาการข้างเคียงจากฮอร์โมน เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ซึมเศร้า น้ำหนักเพิ่ม ตามมาในที่สุด

มีเซ็กส์ในช่วงกินยาเลื่อนประจำเดือนเสี่ยงท้องไหม?

ในกรณีที่คุณผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่กินยาเลื่อนประจำเดือน ถึงแมันว่าโอกาสการตั้งครรภ์จะมีน้อย แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ ควรใช้ถุงยางอนามัยป้องกันด้วยจะเป็นการดี เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และความสุ่มเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ที่อาจเกิดขึ้นได้

หากต้องการเลื่อนประจำเดือนและคุมกำเนิด การทานยาเม็ดคุมกำเนิดแบบแผงละ 21 เม็ด กินโดยไม่ต้องเว้นหรือหยุดยา จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์และเลื่อนประจำเดือนได้ไปพร้อมกัน แต่ถ้าเลือกกินยาคุมกำเนิดแบบแผงละ 28 เม็ด เมื่อทานยาคุมไป 21 เม็ดแล้ว ให้เริ่มทานยาคุมกำเนิดแผงใหม่ได้เลยโดยไม่ต้องรับประทาน 7 เม็ดที่เหลือในแผงเดิม เนื่องจากยา 7 เม็ดที่เหลือไม่มีส่วนประกอบของฮอร์โมน และในผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิดอยู่แล้ว เมื่อหยุดทานยาปะจำเดือนจะมาตามปกติในอีกประมาณ 2-3 วัน

แล้วเมื่อไหร่ ประจำเดือนจะมา

โดยทั่วไปแล้ว พอหยุดกินยาแล้ว ประจำเดือนมักจะมาภายในประมาณ 2-3 วันต่อจากนั้น แต่ในหลายราย หลังกินยาเลื่อนประจำเดือน อาจทำให้รอบประจำเดือนในรอบต่อไปๆ เปลี่ยนแปลงไปจากรอบปกติ อาจทำให้เลือดประจำเดือนไหลออกมากะปริดกะปรอยได้ ซึ่งไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใด

ถ้าระหว่างมีประจำเดือนอยู่แล้ว กินยาจะเลื่อนออกไปได้หรือไม่

หากมีการหลุดลอกของเยื่อบุมดลูกเป็นประจำเดือนแล้วจะไม่สามารถใช้ยาหยุดประจำเดือนได้

ขอบคุณข้อมูล : สสส. / health.kapook.com / เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล / oknation.net/blog/DIVING