Translate

วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กินอย่างไรห่างไกลโรคนิ่ว



แม้ว่าโรคนิ่วจะสามารถรักษาได้ แต่ก็คงไม่มีใครอยากให้เป็น แล้วทำอย่างไร ถึงจะห่างไกลจากโรคนี้



นพ.ดนัยพันธ์ อัครสกุล หัวหน้างานศัลยศาสตร์ทางเดินปัสสาวะ กลุ่มงานศัลยกรรม รพ.ราชวิถี ให้ความรู้ว่า โรคนิ่วนั้นแบ่งออกเป็นสองชนิดหลักก็คือ นิ่วที่มีแคลเซียมกับนิ่วที่ไม่มีแคลเซียม

"นิ่วที่มีแคลเซียม" นิ่วประเภทนี้จะเหมือนกระดูกเอ็กซเรย์แล้วเห็นง่ายยิ่งเห็นสีเข้ม แสดงว่า นิ่วแข็งมากการรักษาก็ลำบาก ส่วน "นิ่วที่ไม่มีแคลเซียม" นิ่วแบบนี้เอ็กซเรย์ธรรมดาจะไม่เห็น ต้องทำวิธีพิเศษ เช่น ซีทีสแกน หรือ อัลตราซาวนด์ แต่อัลตราซาวนด์จะเห็นแค่ช่วงไตและท่อปัสสาวะ

การเป็นนิ่ว ใช่ว่าจะจบเพียงแค่นั้น เพราะมันยังสามารถมีภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ติดเชื้อ ไตเป็นหนอง ต้องตัดไตออก หรืออาจนำไปสู่ภาวะไตวายได้เช่นกัน อาหารการกินนั้นเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการเกิดโรคนิ่ว ดังนั้น นี่คือ แนวทางที่ต้องรู้ในการบริโภคเพื่อห่างไกลจากโรคนิ่วไปชั่วนิจนิรันดร์

1.อาหารที่ควรเลี่ยง
1.1 ผักที่มีสีเขียวเข้มเคี้ยวแล้วกรุบๆ กรอบๆ มีแคลเซียมสูงอาจทำให้เป็นนิ่วได้
1.2 ชาที่เข้มหรือชงหลายครั้งมาก จะมีออกซาเลดหลุดออกมา การทานชาที่ถูกต้องควรทานน้ำเดียวชงครั้งเดียวแล้วทิ้งเลย
1.3 วิตามินซี (จำพวกยาเสริม) ถ้าทานเกินสามกรัมต่อวัน จะทำให้เกิดผลึกออกซาเลตและเป็นนิ่วได้ เพราะวิตามินซีที่ทานเข้าไป สามารถถ่ายเทออกทางท่อปัสสาวะและอาจจะมีการตกค้าง หากทานในปริมาณที่มาก
1.4 บางคนเชื่อว่า ดื่มโซดาช่วยให้ไม่เป็นนิ่วได้ ตรงนี้ไม่มีตัวเลขชัดเจน แต่มีบางแหล่งข้อมูลระบุว่าโซดาสามารถทำให้เกิดนิ่วได้

2.อาหารที่ควรรับประทาน
2.1 ควรดื่มน้ำสะอาด มากกว่า 8 แก้วต่อวัน โดยดื่มทีละน้อยตลอดวัน
2.2 ควรดื่มน้ำผลไม้อย่างน้อย 2ชนิดต่อวัน โดยเฉพาะชนิดที่มีซิเทรต สารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุจำพวกโพแทสเซียม แมกนิเซียมสูง เช่น น้ำมะนาวเข้มข้น น้ำส้ม น้ำแอปเปิล
2.3 ทานผัก ธัญพืช และผลไม้ ซึ่งมีวิตามิน ใยอาหาร และแร่ธาตุที่ช่วยยับยั้งการเกิดนิ่ว ลดการทำลายของเซลล์เยื่อบุหลอดไต ลดการอักเสบ เพิ่มซิเทรตในปัสสาวะ
2.4 ไขมันจากพืชและจากปลา มีกรดไขมันโอเมก้า-3ช่วยลดการอักเสบการเสื่อมของไต และลดปริมาณแคลเซียมที่เป็นสารก่อนิ่ว

ที่มา : ผู้จัดการ/by สาระแห่งสุขภาพ