Translate

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เล่นบาสแล้วตัวสูงจริงหรือ? วิธีไหนบ้างที่ช่วยให้สูงขึ้นได้บ้าง?

เด็กยุคใหม่ใครๆ ก็อยากสูง แต่ทำอย่างไรถึงจะสูงได้อย่างเต็มที่ แล้วที่มีคนบอกว่าเล่นบาสเก็ตบอลแล้วทำให้ตัวสูงนั้น จริงหรือเปล่า…เรามาหาคำตอบกันดีกว่า



การที่เด็กๆ จะตัวสูงได้นั้นมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งเรื่องกรรมพันธุ์ สังเกตดูสิว่า ถ้าคุณพ่อคุณแม่ตัวสูงแล้วล่ะก็ เด็กๆ ก็จะมีโอกาสสูงตามไปด้วย แต่ก็มีหลายครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่ไม่สูงแต่ลูกตัวสูงได้ นั่นก็เป็นเพราะเด็กๆ ได้กินอาหารที่ดีมีประโยชน์ ออกกำลังกายอยู่เสมอ และนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่นั่นเอง

ช่วงอายุเท่าไหร่ที่ความสูงจะเพิ่มขึ้นได้มากที่สุด
ช่วงที่เด็กๆ สูงเร็วและ มีความสูงเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวคือช่วง 1 ขวบแรก และสูงขึ้นน้อยลงเมื่ออายุ 2 ปี หลังจากนั้นความสูง จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6-8 เซนติเมตร จนเมื่อเป็นวัยรุ่น เด็กผู้หญิงจะเติบโตเร็วที่สุดเมื่ออายุประมาณ 11 ปีครึ่งและหยุดเมื่ออายุ 18 ปี ส่วนเด็กผู้ชายจะอยู่ในอายุประมาณ 13 ปีครึ่งและหยุดเมื่ออายุ 20 ปี


วิธีไหนบ้างที่ช่วยให้สูงขึ้น  

1 : อาหาร ทานอาหารให้ครบห้าหมู่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธาตุแคลเซี่ยม ที่ใช้สร้างกระดูก เด็กวัยเจริญเติบโตต้องการวันละ 1200 มิลลิกรัม

อาหารอะไรที่ให้ แคลเซียมสูง อาหารที่ให้ปริมาณธาตุแคลเซี่ยมสูง คือ งาดำ (ให้แคลเซียมสูงมาก มีแคลเซียม มากกว่าพืชผักทั่วไปถึง 40 เท่า ) ถั่วอัลมอน ถั่วเหลือง ผักใบสีเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักบุ้ง ผักโขม ยอดแค ปลาตัวเล็กๆที่กินได้ทั้งตัว กุ้งแห้ง เป็นต้น

ดื่มนมมากๆแล้วจะทำให้ตัวสูง จริงหรือ?
เรามักได้ยินบ่อยๆ ว่า ให้ดื่มนมมากๆ เพื่อจะให้ได้แคลเซี่ยมมาก และทำให้ตัวสูง ดอกเตอร์ วิลเลี่ยม เอลลิส ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนมเนย ของประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า มีคนไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถสันดาปโปรตีนจากนมวัวได้อย่างเหมาะสม ความจริงก็คือ คาซีน ( casein) เป็นโปรตีนหลักในนมวัว และเป็นสารจำเป็นในกระบวนการเผาผลาญอาหารของวัว แต่ไม่ใช่สารจำเป็นของมนุษย์ และคนเราจะย่อยโปรตีนนี้ได้ยากมาก จากการศึกษาของเขาพบว่า ทั้งเด็ก และ ผู้ใหญ่ ย่อย คาซีน ได้อย่างยากลำบาก มีโปรตีนบางส่วนเท่านั้น จะถูกย่อยได้และโปรตีนในส่วนที่ย่อยได้นี้จะเข้าสู่กระแสเลือด และรบกวนเนื้อเยื่อ เพิ่มโอกาสำให้เป็นภูมิแพ้ได้ และตับจะพยายามกำจัดโปรตีนที่ถูกย่อย นี้ออกไป ซึ่งผลกระทบหลักที่นมมีต่อร่างกายคือ จะก่อให้เกิดก้อนมูกที่ทำให้ภายในลำไส้เล็กแข็งตัวอุดตัน ดังนั้นการดื่มนมมากๆ นอกจะไม่ได้ปริมาณแคลเซี่ยมมากตามที่ต้องการแล้ว ยังเป็นการเพิ่มภาระให้กับระบบการขับถ่ายของร่างกายอีกด้วย และจากการศึกษาของเขา ในการตรวจ เลือดคนจำนวน 25,000 คน ทีดื่มนม 3-5 แก้วต่อวัน กลับมีแคลเซี่ยมในเลือดที่ต่ำมาก

2 การนอน ควรนอนหลับให้เพียงพอในช่วงกลางคืน เพราะ Growth Hormone จะหลั่งออกมามากขณะนอนหลับ และเริ่มหลั่งตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ จึงไม่ควรนอนดึก

3 การออกกำลังกายที่ ช่วยกระตุ้นความสูงคือ โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องอาศัยการกระโดดหรือ การยืดตัว การออกกำลังกายที่มีการลงน้ำหนักที่เท้า เช่น กระโดดเชือก บาสเก็ต บอล วอลเล่บอล วิ่ง ฟุตบอล แบดบินตัน และ แอโรบิก เป็นต้น การออกกำลังกายประเภทนี้ จะเป็นการส่งแรงกระตุ้นไปที่แผ่นความเจริญเติบโตของกระดูก ซึ่งจะมีอยู่ บริเวณปลายกระดูกแต่ละท่อน จึงช่วยทำให้ในช่วงที่ร่างกายยังมีการเจริญเติบโตอยู่นี้ สูงขึ้นได้เร็วกว่าปกติ และการออกกำลังกายยังช่วยให้ Growth Hormone หลั่งออกมาอีกด้วย หลายคนจึงบอกว่าเล่นกีฬาอย่างบาสเก็ตบอลหรือว่ายน้ำจะทำให้ตัวสูง   แต่ความจริงแล้วกีฬาทุกอย่างช่วยกระตุ้นให้สูงได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะในช่วงที่อายุ 12 – 16 ปี ดังนั้น ถ้าเด็กๆ ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นบาสเก็ตบอล ว่ายน้ำ ฟุตบอล หรืออื่นๆ ก็สามารถสูงได้ทั้งนั้น เพียงแต่มีเคล็ดลับเล็กน้อยว่า… การเล่นกีฬาไม่ว่าชนิดไหน เด็กๆ ควรเล่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เล่นๆ หยุดๆ โดยเล่นกีฬา หรือออกกำลังกายให้สัปดาห์ละ 3 ครั้ง แต่ละครั้งก็ควรเล่นให้ต่อเนื่องกัน 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง กล้ามเนื้อและกระดูกถึงจะถูกกระตุ้นให้ทำงานขยายและยาวขึ้นได้

เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างมากที่เด็กๆ ไม่ได้สร้างปัจจัยให้ตัวเองมากพอ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของร่างกายให้เติบโตได้อย่างเต็มที่ เด็ก ๆส่วนใหญ่ไม่ได้รับอาหารที่มีแคลเซียมอย่างเพียงพอ ที่ร่างกายจะนำไปใช้สร้างกระดูก หรือ ขาดการออกกำลังกาย จึงเป็นการเสียโอกาสที่จะตัวสูงใหญ่ได้เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น

ฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือ ควรให้ร่างกายได้รับแคลเซียมให้ได้วันละ 1200 มิลลิกรัม พร้อมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และ พักผ่อนให้เพียงพอในตอนกลางคืน

ความสูงนอกจากจะช่วยเสริมให้บุคลิกภาพดูสง่างาม ยังช่วยเพิ่มโอกาสที่จะให้เด็กๆ เลือกอาชีพที่เขาต้องการจะเป็นในอนาคตได้อีกด้วย อย่ารอให้สายเกินไป เพราะเมื่อปลายกระดูกปิดตัวแล้ว ไม่ว่าจะพยายามบำรุงดูแลร่างกายอย่างไร ก็ไม่อาจจะช่วยอะไรได้